ฝนหล่นลงมาพรำๆ ไม่แรงนัก แต่ก็พอทำให้เปียกปอนหากไม่เรียนรู้ที่จะระมัดระวัง
ร้านค้ายังคงเปิดให้บริการ แม้ในสภาพอากาศเช่นนี้
ไกลออกไป ชาย-หญิงหลายคนนั่งสัปหงกอยู่บนม้านั่งตัวยาว บางนาที เขาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงพูดคุยของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ร้านถัดไป
สถานีรถไฟขอนแก่น เวลาสี่ทุ่ม
มันสมควรเป็นเวลาที่รถไฟขบวนสุดท้ายของวันจะเทียบชานชลา แต่ก็ยังไร้วี่เเววการมาของขบวนที่เฝ้ารอ แม้ภาพลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการ(พยายาม)พัฒนามาโดยตลอดหลายปี แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าอีกหนึ่งภาพที่คุ้นตา ดือความเชื่องช้าที่รักษาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย เปล่า ฉันไม่ได้มีอคติที่ไม่ดีกับการทางรถไฟ เพราะฉันยังเป็นแฟนพันธุ์แท้ ที่เกาะรางเหนียวหนึบหากต้องเดินทางไกล เเละถ้านับดูแล้ว80%ของการเดินทางเข้ากรุงเทพ ฉันเลือกเดินทางโดยรถไฟเสมอ
และคืนนี้ก็เช่นเดียวกัน ต่างไปก็ตรงที่ ครั้งนี้ฉันมีเด็กหญิงเดินทางมาด้วย
ถ้าจะพูดให้ชัดๆ เด็กหญิงที่ว่า หมายถึง น้องสาวร่วมสถาบันศึกษาเดียวกันนั่นเอง ทำไมต้องเด็กหญิง?? เหตุผลมากมายที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งยังคงความน่ารักอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นก็คงจะเป็นการมองภาพของเด็กผ่านผู้ใหญ่คนนั้น ภาพเด็กหญิงผมฟูขี้เอาแต่ใจ จ้องตาเขม็ง แล้วทำหน้าสงสัยและตั้งใจฟังอยู่ตลอดเวลา นั่นน่ะ เป็นภาพที่ฉันมองเห็นในตัวน้องสาวคนนี้ น่ามองใช่ไหมล่ะ บางทีการที่เราเลือกที่จะมองคนใกล้ตัวให้เหมือนมองเด็ก เราจะพบความเป็นเด็กในตัวเขาจริงๆ และมันอาจทำให้เรารู้สึกว่า ปลอดภัย
คืนนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน เพราะขบวนเที่ยวสุดท้ายของวันนี้ เป็นขบวนรถไฟฟรี ใช่ ฟรี หมายถึงไม่ต้องล้วงเงินออกจากกระเป๋าแม้สักสลึง รถไฟฟรีขบวนนี้ต้นทางที่หนองคาย-ปลายทางกรุงเทพมหานคร หากลดภาระได้ใครก็คงไม่ลังเลที่จะทำ บางที นโยบายบางเรื่องของรัฐบาลก็ดูเข้าท่าบ้างในเวลาเช่นนี้ ฉันและเด็กหญิงคนดังกล่าว เราเดินทางมาถึงสถานีเมื่อตอนสี่ทุ่มตรง สำหรับขบวนรถไฟฟรี สิ่งที่เราต้องปฏิบัติอย่างแรกก็คือ ขอตั๋ว แล้วนั่งรอ........
.................
เวลายังคงเดินหน้าต่อไป
ฝนเริ่มซา ในที่สุดสิ่งที่รอคอยก็เดินทางมาถึง และการมาของสิ่งนั้น มักพารอยยิ้มมาด้วยเสมอ

บนรถไฟแออัดไปด้วยผู้คนร่วมอุดมการณ์(ของฟรี) ยากมากที่จะหาที่นั่งอย่างที่เราพอใจได้ในสภาพเช่นนี้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะต้องยืนไปเสียเมื่อไหร่
พอได้ที่นั่ง สิ่งเเรกที่ฉันทำ คือเดินหาแม่ค้าขายกาแฟ อันที่จริงเวลาประมาณนี้จะไม่ค่อยมีแม่ค้าคนไหนเอากาแฟออกมาขาย ทุกคนคงต้องการพักผ่อน ฉันจึงต้องมุ่งหน้าไปที่ตู้เสบียง(ที่จริงแล้ว ตู้เสบียงของขบวนนี้ก็ปิดตั้งแต่สี่ทุ่ม) แต่ด้วยความหน้าด้าน ฉันยังเดินตรงไปขอซื้อกาแฟหนึ่งแก้ว สงวนราคาอยู่ที่10 บาท อ่อ!!รถไฟขบวนนี้เขามีแต่กาแฟทรีอินวัน ฉีกซอง เทใส่แก้วพลาสติก เติมน้ำร้อน เป็นอันเสร็จพิธี ทีนี้เราก็จะได้กาแฟทรีอินวันที่อร่อยที่สุดในโลกไว้นั่งจิบชิว ชิวบนรถไฟสายเหล็ก ฉึกกะฉัก ฉึกกะฉัก นั่นก็มากพอแล้วสำหรับการมาของรอยยิ้มในคืนนี้
ส่วนใหญ่ หากต้องเดินทางไกลๆ ฉันมักจะไปไหนมาไหนคนเดียวเสมอ บางครั้งการได้ออกไปเจอโลกกว้างตัวคนเดียว ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวร้ายนัก และจะว่าไป เวลาขณะนั้นเราอาจเพิ่งมีโอกาสได้พูดคุยกับตัวเองลำพังจนบางทีเราเพิ่งจะรับรู้ว่าที่จริงแล้วเสียงข้างในใจเรา มันร้องดังเป็นเสียงอะไร
นอกจากเสียงฉึกฉักแล้ว เสียงหนึ่งที่แว่วดังขึ้นคือเสียงจากน้องสาว-เพื่อนร่วมทางนั่นเอง
"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะที่นั่งรถไฟ แต่ก็ไม่ได้นั่งนานแล้วก็ไกลขนาดนี้"
"กลัวมั้ยวะ" ฉันถาม
"กลัวไรพี่ คนเต็มเลย"^^ "รุ่นนี้แล้ว ไม่มีหรอกคำว่ากลัว"
ฉันยิ้ม แต่ด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย วาบนึงที่แววตาฉายให้เห็นความอ่อนล้า ฉันก็อดกังวลไม่ได้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุพาให้ใครเขามาลำบาก
"โอ้ยยยยย..เชื่อหนิ น้องพี่ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้ ทำอะไรที่มันลำบากกว่านี้ก็เคยมาแล้ว"
บางที หากเด็กหญิงพูดอะไร ผู้ใหญ่ก็ควรเออออห่อขนมไปด้วยบ้างก็ไม่เห็นจะแปลก หากมันทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง และคืนนั้น เด็กหญิงคนนี้ ทำให้ฉันเรียนรู้ได้ว่า "มิตรภาพระหว่างคนสองคน ไม่จำเป็นที่เราจะต้องคอยเป็นกังวลถึงทิศทางและผลลัพธ์ที่ดี เพียงแค่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสถานะการณ์และประสบการณ์ที่เราได้ใช้ร่วมกันเป็นตัวกำหนดทิศทางให้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็น อย่าเร่งรัด อย่าสร้างภาพเพื่อความสวยงามแต่ควรเป็นในสิ่งที่เราเป็น เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่ยืนยาวที่สุดในมิตรภาพหนึ่งนั้น"
ตลอดเส้นทางนั้นภาพเด็กหญิงคนนั้นฉายกลับมาอีกครั้งในคราบของผู้หญิงแกร่งแต่อ่อนโยนคนหนึ่ง คนเดิมคนเดียวกันกับผู้หญิงผมยาวฟูๆ หน้านิ่งๆที่คุ้นเคย
พระอาทิตย์กำลังโผ่พ้นขึ้นมาตามแนวขอบฟ้า
ทุกสิ่งกลับมาสว่างไสวเฉกเช่นทุกเช้า
และคราวนี้ไม่ต้องเดินแบกหน้าไปขอซื้อกาแฟร้อนเพิ่มอีกแก้ว เขามีบริการขายส่งตรงถึงที่ทันใจเมื่อเริ่มคิดถึงมัน
อ่อนเพลีย ทว่า เป็นสุข สุขกับรอยยิ้มใสซื่อ ไออุ่นๆจากกาแฟแก้วนั้น มิตรภาพดีๆและอื่มเอมกับภาพสวยบนขบวนรถไฟ
หัวลำโพง เสียงจากข้างในมันร้องดัง ฉึกกะฉัก ปู๊น ปู๊น

เขียนตะกุกตะกัก แต่ก็พยายามจนได้ ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังอยากเล่าสู่กันฟัง
ขอให้มีความสุข กับการนั่งไปกับรถไฟ
moomen"er/2009